ชุดโครงการ "พัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์ลดโลกร้อน" (พ.ศ.2552)


ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกขององค์การการค้าโลกตั้งแต่เริ่มต้น ในขณะเดียวกันได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลายฉบับในช่วงระยะ เวลาต่างๆ เช่น การเข้าเป็นภาคีสมาชิก UNFCCC ในปี 2535 การเข้าเป็นภาคีสมาชิก CBD ในปี 2546 การให้สัตยาบันพิธีสารเกียวโตในปี 2545 ฯลฯ ดังนั้น การกำหนดนโยบาย แผนและมาตรการของประเทศไทยในด้านสิ่งแวดล้อมจึงต้องพิจารณาถึงพันธกรณี   ความสอดคล้องกับข้อบทต่างๆ ที่กำหนดไว้ภายใต้ความตกลงในองค์การการค้าโลก และความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก พร้อมกับการติดตามและเข้าร่วมเจรจาในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ ที่ยังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่การกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของความตกลงหรือการจัดทำพิธีสาร (Protocol) เพิ่มเติมจากความตกลงฉบับหลัก เช่น พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อการแก้ไขปัญหาโลกร้อน พิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety Protocol) เพื่อจัดการปัญหาผลกระทบของสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม หรือมีการเจรจาจัดทำความตกลงฉบับใหม่ เช่น สนธิสัญญาว่าด้วยพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร (International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture) ภายใต้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติซึ่งมีการจัดทำเสร็จในปี 2544 เป็นต้น

สำหรับในกรณีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกหรือปัญหาโลกร้อน (Global Warming) นั้น เป็นปัญหาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมที่ประชาคมโลกและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเริ่มปรากฏผลกระทบในด้านต่างๆ จากปัญหาโลกร้อนชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ จากการประชุมของประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ครั้งที่ 13 (COP13) และภาคีพิธีสารเกียวโตครั้งที่ 3 (COP/MOP3) ในเดือนธันวาคม 2550 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้ผลสรุปการประชุมที่เรียกว่า “Bali Roadmap” ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาสำหรับการจัดทำพันธกรณีในการลดก๊าซเรือนกระจกหลังจากปีค.ศ.2012 เนื่องจากตามเนื้อหาพิธีสารเกียวโตได้มีพันธกรณีกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกจนถึงปี ค.ศ. 2012 เท่านั้น ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน Bali Roadmap การเจรจาเรื่องดังกล่าวจะต้องเสร็จสิ้นภายในปี 2552 ซึ่งจะมีการประชุม COP 15 และ COP/MOP 5 ในเดือนธันวาคม 2552 ที่ประเทศเดนมาร์ก การเจรจาในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องโลกร้อนในช่วงปี 2552 จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องติดตามและเข้าร่วมการเจรจาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็นการเจรจาต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อประเทศไทยและเกี่ยวกับการจัดทำกติการะหว่างประเทศฉบับใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลและข้อเสนอแนะต่อการกำหนดจุดยืนหรือท่าทีของประเทศไทยในการเข้าร่วมเจรจาดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการปรับตัว (Adaptation) เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาโลกร้อน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) บนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยใช้ยุทธศาสตร์และวิธีการที่เหมาะสมเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาโลกร้อน จึงควรมีการศึกษาวิจัยและดำเนินกิจกรรมภายในประเทศในส่วนนี้ให้มากขึ้น เป็นการดำเนินตามยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2551-2555 ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้แล้ว และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในระยะต่อไป เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายใต้การจัดทำกรอบกติการะหว่างประเทศฉบับใหม่ด้านปัญหาโลกร้อน (Post-2012 Regime)

ทั้งนี้ ชุดโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ด้านความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม ระยะที่ 1 (ธันวาคม 2550 – พฤศจิกายน 2551) ได้ลำดับความสำคัญความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม (MEAs) ที่จะทำการติดตามและศึกษาวิเคราะห์จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่

·       อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity : CBD)

·       พิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety Protocol)

·       อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC)

·       พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)

·       สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร (International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture : ITPGR)

·       อนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV)

(MEAs ทั้ง 6 ฉบับข้างต้น ประเทศไทยได้เป็นภาคีสมาชิกรวม 5 ฉบับ ความตกลงหรืออนุสัญญาที่ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคี ได้แก่ ITPGRs และ UPOV)

 โดยมีโครงการวิจัยที่ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว 1 โครงการ และอยู่ระหว่างการดำเนินงานอีก 6 โครงการ

สำหรับระยะที่ 2 จะดำเนินงานต่อเนื่องจากชุดโครงการระยะที่ 1 โดยให้ลำดับความสำคัญต่อการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเนื่องจากเป็นปัญหาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมโลกและเป็นช่วงเวลาที่มีการเจรจาหาข้อสรุปต่อการจัดทำความตกลงฉบับใหม่ และพัฒนาการดำเนินงานของชุดโครงการให้สามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยข้อมูล สะสมความรู้ พัฒนาและขยายเครือข่ายนักวิจัยในเรื่องความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นกลไกในการติดตามความเคลื่อนไหวและความก้าวหน้าของการเจรจาในเวทีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ข้อมูล ผลการศึกษาวิจัยสู่สาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจและความตื่นตัวแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com