โครงการ "ปรับปรุงดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย" (พ.ศ.2555 - พ.ศ.2556)


แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545-2549) ได้ปรับแนวคิดที่มุ่งการพัฒนาแบบองค์รวมและคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ทั้งในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนา และเป็นผู้ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบโดยตรงจากการพัฒนา ขณะที่การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือการพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้การพัฒนามุ่งสู่ความยั่งยืน ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้พัฒนา ดัชนีความอยู่ดีมีสุข ที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 และฉบับที่ 9 เป็นเครื่องมือวัดผลกระทบการพัฒนาที่เกิดขึ้นกับคนอย่างเป็นองค์รวม ครอบคลุมทุกมิติของการดำรงชีวิต ทั้งสุขภาพอนามัย ความรู้ ชีวิตการทำงาน รายได้และการกระจายรายได้ รวมทั้งสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของคน ทั้งชีวิตครอบครัว สภาพแวดล้อม และการบริหารจัดการที่ดี

ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) วิสัยทัศน์และเป้าประสงค์หลักในการพัฒนาประเทศมุ่งสู่การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย การใช้ดัชนีความอยู่ดีมีสุขเป็นเครื่องมือวัดผลกระทบการพัฒนาจึงไม่เพียงพอ เนื่องจากขอบเขตของนิยามความสุขได้ขยายจากมิติของการดำรงชีวิตและแนวปฏิบัติของปัจเจกบุคคลไปสู่ระดับครอบครัว ชุมชน และสังคมไทย รวมทั้งการวัดในด้านจิตใจ คุณธรรม จริยธรรม ความถูกต้องดีงามต่างๆ สศช.จึงได้ขยายแนวคิดการพัฒนาจากดัชนีความอยู่ดีมีสุขมาเป็น “ดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย” ที่กำหนดองค์ประกอบของความอยู่เย็นเป็นสุขที่กว้างขวางครอบคลุมมากขึ้น ทั้งการมีสุขภาวะ ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจเข้มแข็งและเป็นธรรม สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศสมดุล และสังคมประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ดำเนินการบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมและเห็นพ้องต้องกันของภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องมือบ่งชี้สถานะของประเทศ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง และใช้ประเมินผลกระทบของการพัฒนาประเทศที่มุ่งสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สังคมไทยต้องเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจที่พึ่งพาเศรษฐกิจภายนอกประเทศสูง มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ขณะที่ ค่านิยมที่ดีงาม ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในสังคมไทยเสื่อมถอย มีความเป็นวัตถุนิยม อีกทั้งฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและประเทศประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความขัดแย้งและความสงบสุขในสังคม ดังนั้น ตัวชี้วัดและดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขฯ บางตัวจึงไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปไม่สามารถสะท้อนผลกระทบการพัฒนาได้ชัดเจน อาทิ อัตราการหย่าร้าง อัตราคดียาเสพติด ต่อประชากรพันคน ร้อยละของปริมาณน้ำใต้ดินที่นำมาใช้ต่อปริมาณน้ำใต้ดินที่สามารถใช้งานได้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) ได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง และมีประเด็นการพัฒนาสำคัญ อาทิ เศรษฐกิจและสังคมสีเขียว การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ การบริหารจัดการประเทศเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ การส่งเสริมความร่วมมือแบบหุ้นส่วนการพัฒนาทั้งในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาค ดังนั้น สศช. จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทยที่จะใช้ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ให้มีความเหมาะสม ชัดเจน สามารถสะท้อนผลการพัฒนาได้จริงและมีประสิทธิภาพ

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com