โครงการ "การประเมินความรับผิดชอบร่วมในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามสัดส่วน การบริโภคระหว่างไทยและประเทศคู่ค้าสำคัญและการระบุกิจกรรมการบริโภคภายในประเทศที่เป็นสาเหตุหลักของก๊าซเรือนกระจก" (พ.ศ.2552 - พ.ศ.2553)


โครงการวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์หลักสองด้านคือ ศึกษาการจัดสรรการกระจายภาระความรับผิดชอบก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศไทยกับประเทศคู่ค้า โดยใช้วิธีประเมินตามการบริโภค (Consumption-based Approach) เปรียบเทียบกับวิธีประเมินจากการผลิต (Production-based Approach) เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละอุตสาหกรรมนั้น ไทยมีการรับผิดชอบแทน หรือผลักภาระให้ประเทศคู่ค้าที่สำคัญใดบ้าง และเพื่อศึกษาการกระจายของกิจกรรมการบริโภคที่เป็นสาเหตุหลักในการสร้างก๊าซเรือนกระจกในประเทศ

งานวิจัยนี้พบว่าในปี พ.ศ.2547 เศรษฐกิจของประเทศไทยต้องผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทนประเทศอื่นๆ ในรูปของการผลิตเพื่อการส่งออกสุทธิอยู่ประมาณร้อยละ 6.82 ของการผลิตที่เป็นอยู่ โดยที่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามการผลิต เท่ากับ 196.52 ล้านตัน ส่วนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามการบริโภคมีปริมาณเท่ากับ 183.13 ล้านตัน เมื่อประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีประเมินตามการบริโภคแทนวิธีประเมินตามการผลิตพบว่าทำให้ภาระความรับผิดชอบในหลายสาขาลดลงมาก เช่น อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ สาขาการขนส่งอื่นๆ อาหารอื่นๆ และบริการขนส่งทางอากาศ  เป็นต้น แต่ที่จะทำให้มีภาระเพิ่มขึ้นได้แก่ แร่เหล็ก   โลหะอื่นๆ และเครื่องจักรอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์  เป็นต้น   

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ไทยมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการส่งออกสุทธิมากที่สุด รองลงมาได้แก่ กลุ่มสหภาพยุโรป สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทศอาเซียน ในทางกลับกัน ประเทศไทยได้ผลักภาระก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับประเทศต้นทางการผลิต ผ่านการนำเข้าสุทธิให้กับประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด อันดับรองๆ ลงมาได้แก่ ไต้หวัน เกาหลี และ กลุ่มตะวันออกกลาง

กิจกรรมการบริโภคที่ทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดได้แก่ การขนส่ง  การบริโภคสินค้าอุตสาหกรรม การก่อสร้าง  สาธารณูปโภคและพลังงาน อาหาร บริการของรัฐ การค้าและธุรกิจ เครื่องนุ่งห่ม สันนทนาการและบริการอื่นๆ และที่อยู่อาศัย

สำหรับภาระความรับผิดชอบต่อก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในอนาคต ประเทศกำลังพัฒนาที่ยังคงต้องแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนของตน ควรที่จะรับเฉพาะภาระอันเกิดจากการบริโภคที่ฟุ่มเฟือย (Luxury) และควรมีการยกเว้นภาระที่เกิดจากการบริโภคเพื่อการยังชีพ (Survival) ซึ่งในกรณีของประเทศไทยจากการคำนวณเบื้องต้น พบว่าเกือบหนึ่งในสี่ของการบริโภคของไทยนั้นเป็นไปเพื่อความอยู่รอด และอีกมากกว่าหนึ่งในสี่เล็กน้อยเป็นส่วนที่ฟุ่มเฟือย

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com