กลับคำเสีย เปลี่ยนจากทำลายเป็นโอบกอดเจ้าพระยา


Blogpost โดย รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

กลับคำได้ไหม? ก่อนที่เจ้าพระยาจะเป็นอื่น

โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของรัฐบาลที่ถูกอ้าง ว่ามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันของคนในสังคมให้สามารถเข้าถึงแม่น้ำนั้น กลับมีคำตอบที่เป็นทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวอย่าง “ทางเลียบแม่น้ำ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝืนกับความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นโครงการที่เร่งรัด และไม่ฟังข้อกังวลของประชาชนและทุกภาคส่วนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ในวันนี้ (9 ตุลาคม 2559) ประชาชนกว่า 400 คนได้มารวมตัวกันอีกครั้งทั้งทางบกและทางเรือเพื่อแสดงความรักต่อแม่น้ำเจ้าพระยาในกิจกรรม “โอบกอดเจ้าพระยาด้วยความรัก - Hug the River” ณ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ เพื่อปกป้องสายน้ำสำคัญของประเทศไว้ด้วยมือของเรา

ณ ริมน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ได้จารึกวันประวัติศาสตร์อีกหนึ่งวัน ที่ผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา และชุมชนมารวมตัวกันมากว่า 400 คน บ้างก็นั่งเรือ บ้างก็ปั่นจักรยานมาร่วมงาน ทุกคนมารวมตัวกันด้วยใจรักต้องการปกป้องสายน้ำสายสำคัญของประเทศไทยท่ามกลางสายฝน แต่ดูเหมือนว่าสายฝนและสายน้ำจะทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ กันอบอุ่นขึ้น บรรยากาศของงานแม้จะเปียกปอนแต่ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่า ประชาชนที่มาในวันนี้มาด้วยใจรักที่ต้องการปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแท้จริง

กิจกรรมดำเนินไปด้วยการขับเสภาริมน้ำอันทรงพลัง โดย วิชชาจารย์ณัฏฐกฤษฎิ อกนิษฐ์ธาดา แม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ที่รวมผืนแผ่นดินไทยไว้ตั้งแต่ในอดีต ท่อนหนึ่งในบทเสภากล่าวว่า “เห็นแม่น้ำเป็นแค่น้ำเท่านั้นหรือ แล้วน้ำคือสิ่งใดกันแน่ ทั้งที่กินอาบใช้อยู่แท้ๆ ยิ่งเป็นแม่แห่งน้ำยิ่งสำคัญ” ลำน้ำหลักของประเทศ ประเทศของเราจะเป็นอย่างไรในภาคหน้า หากโครงการนี้เกิดขึ้น โครงการนี้สร้างความกังวลให้กับทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่คนริมน้ำ แต่ยังมีความกังวลจากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ กลุ่มสถาปนิก ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคประชาชน และแม้แต่กรมเจ้าท่ากับปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำเนื่องจากระยะเวลาในการศึกษาผลกระทบก่อนเริ่มโครงการมีเพียง 7 เดือน กับงบประมาณมหาศาล 14,000 ล้านบาท ซึ่งดูเป็นการเร่งรัดผลักดันของรัฐบาลเกินไปกับการเดินหน้าโครงการนี้โดยที่ยังละเลยข้อกังวลของประชาชน

เจ้าพระยาคือสายเลือดสายหลักของประเทศ และเต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ที่สรรสร้างวัฒนธรรม ในวันเดียวกันนี้ เรือศิลปินได้แล่นไปตามระยะ 14 กิโลเมตร ของโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรังสรรค์งานศิลป์สะท้อนความกังวลต่อโครงการที่จะมาทำลายจิตวิญญาณของแม่น้ำสายสำคัญนี้ คุณศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร หนึ่งในเจ้าของผลงานศิลป์บนเรือ กล่าวว่า "ถ้ารัฐบาล ประกาศจะฟื้นฟูคุณภาพน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งระบบ ฟื้นฟูคูคลองเท่าที่ทำได้ ผมว่าเสียงตอบรับจะเต็มไปหมด แต่โจทย์มันยากต้องใช้งานวิชาการ งานบริหาร การมีส่วนร่วมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แบบเอาเสาคอนกรีตปักรุกแม่น้ำ เอาขยะชิ้นใหม่ ไปถมทับปัญหาคุณภาพแย่เต็มทีของแม่น้ำที่เต็มแย่อยู่แล้ว รัฐบาลสนใจหรือเปล่า? "

กลุ่มสมัชชาแม่น้ำได้แถลงการณ์และแสดงจุดยืนว่า การสร้างทางเลียบโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานี้จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำลายแม่น้ำให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อวิถีชีวิตของชุมชน วัฒนธรรม และสร้างความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางน้ำทั้งต่อน้ำและปลายน้ำ  “ทางเลียบแม่น้ำนี้ทำมาจากจุดยืนของอะไร เวลาที่รัฐบาลทำในสิ่งที่ประชาชนไม่อยากได้ ผมขอถามว่าทำไปทำไม สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้ รัฐบาลอยู่ได้ด้วยภาษีของเราทุกคน เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะทำในสิ่งที่ไม่ได้มาจากจุดยืนของประชาชนไม่ได้ การมารวมตัวของพวกเราในวันนี้ถือเป็นทางออกทางหนึ่งในวันที่การแสดงออกทางความคิดเห็นถูกจำกัด สิ่งที่เราทำวันนี้ส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาล หน้าที่ของเราในฐานะที่เป็นประชาชนคือพูด แม้ว่าเขาจะไม่อยากให้เราพูด ถึงเขาจะไม่อยากฟังคุณดวงฤทธิ์ บุนนาคตัวแทนกลุ่มสถาปนิก กล่าว

บางทีผมก็สงสัยว่าการทำทางเลียบเจ้าพระยาที่อ้างว่าสำหรับนักปั่นนี้ นักปั่นต้องการจริงหรือเปล่า เคยได้ถามเสียงจากนักปั่นจริงหรือเปล่า ผมลองคิดดูว่าสิ่งที่เราต้องการมากกว่าทางเลียบ 14 กิโลเมตร คือการจัดการแม่น้ำทั้งเส้นหรือเปล่า เรายังไม่เคยแก้ปัญหาเหล่านั้นแต่กลับเอาทางจักรยานมาโปะเพิ่ม เราเห็นต่างประเทศเขามีทางจักรยานสวย ๆ แต่เอามาแค่เปลือก ไม่ได้เอาแก่นมา เมืองที่มีอายุกว่าสองร้อยปีอย่างกรุงเทพฯ เขาไม่ได้ทำกันและทำลายความเก่าแก่ของเมือง แต่ทำทางจักรยานที่เส้นทางชานเมือง ไม่มีเมืองไหนที่มีทางริมจักรยานริมน้ำขนาดใหญ่เอาไว้กลางเมืองทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day กล่าวถึงหนึ่งในจุดประสงค์ที่ผิดพลาดของทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงให้ข้อคิดเสนอแนะว่า “ถ้าโครงการนี้ต้องการทำให้ผู้ใช้จักรยานมีเส้นทางสัญจรบรรยากาศดีๆ ความยาว 14 กิโลเมตร มันมีวิธีที่ง่ายกว่าสร้างทางเลียบแม่น้ำ ดูตัวอย่างได้จาก เส้นทางริมแม่น้ำเทมส์ในลอนดอนจากบิ๊กเบนไปกรีนิช ความยาวราวๆ 12 กิโลเมตร และเส้นทางริมแม่น้ำซานในอัมสเตอร์ดัมจาก Eye Film Museum ไปทุ่งกังหัน Zaanse Schans ความยาวราว ๆ 16 กิโลเมตร ทั้งสองเมืองนี้แค่อนุญาตให้เอาจักรยานขึ้นเรือได้ แค่นี้ก็ไม่ต้องสร้างทางจักรยานแล้ว แต่บ้านเราเรือด่วนเจ้าพระยาไม่อนุญาตให้เอาจักรยานขึ้น (ยกเว้นรถพับ) แค่เราเปลี่ยนกฎ หรือหาพื้นที่จอดจักรยานที่เหมาะสมบนเรือ หรือเอางบประมาณที่จะสร้างทางเลียบแม่น้ำ ไปพัฒนาระบบเรือขนส่งให้ตอบสนองการใช้งานของคนทุกกลุ่มจริงๆ ก็น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า

ผมชอบเมืองโบราณของเรา มากจนกระทั่งอยากมีชีวิตเมื่อร้อยปีที่แล้ว แม่น้ำมีไว้เพื่อเรือไม่ใช่เพื่อรถ การที่เราจะสร้างทางเลียบแม่น้ำจะเป็นการบล็อกทิวทัศน์สิ่งที่ผมรัก ผมยังห่วงการใช้ชีวิตของชุมชน ความเป็นไทย และการที่จะสร้างจะทำลายสิ่งเหล่านี้ เงินมหาศาลตรงนี้สามารถช่วยตรงอื่นได้มากกว่า เสียดายที่เขาจะทำลายวัฒนธรรมของเราไป เราสามารถหันมาแก้ไขปัญหาขยะที่เป็นอยู่ และหันมาใส่ใจกับปัญหาของสังคมที่มีอยู่ในขณะนี้ให้มากกว่าเดิม” คุณน้อย วงพรู กล่าว

ขอบคุณทุกสายฝนและสายน้ำที่หลอมรวมใจของทุกคนให้มาปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้ ขอบคุณทุกพลังฮักแม่น้ำทั้งที่มาร่วมงานและส่งใจมา ไม่ว่าจะเป็นชุมชนมัสยิดบางอ้อ, ชุมชนบ้านปูน, ชุมชนบางลำพู และชุมชนวัดสามพระยา คุณสุรจิต ชิรเวทย์ อดีต สว. สมุทรสงคราม ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง, ผศ.ดร.จาริต ติงศภัทย์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม, ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีตสส.เขตบางพลัด, คุณฐาพัช อำไพจิตร์ ตัวแทนชุมชนบ้านปูน,  คุณสุวัฒน์ นันทนสิริวิกรม สถาปนิกจิตอาสา, คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก, คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day, อาจารย์ศรินพร พุ่มมณี และพันธมิตรจากลุ่มน้ำต่างๆ เช่น ลุ่มน้ำแม่กลอง, ลุ่มน้ำท่าจีน และลุ่มน้ำสุพรรณ

ขอบคุณคุณเอก เรือยอดสยาม ที่ล่องพางานศิลป์งดงามจาก อ.หงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ, อ.วสันต์ สิทธิเขตต์, อ.ครองศักดิ์ จุฬามรกต แห่งพิพิธภัณฑ์แม่ ร่วมด้วยกลุ่ม Bangkok Sketchers กลุ่มปั้นเมือง เครือข่ายศิลปินรักแม่น้ำเจ้าพระยา และภาพวาดในมุมมองนักอนุรักษ์ อย่าง อ.ศศิน เฉลิมลาภ, อ ขวัญสรวง อติโพธิ, ภาพวาด Graffiti สวยจากคุณ A sin Abi Alex Face และ Jecks มูลนิธิศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ขอบคุณศิลปินซีไรท์ ดอกเตอร์จิระนันท์ พิตรปรีชา ให้เกียรติมาอ่านบทกวี รวมถึง วิชชาจารย์ณัฏฐกฤษฏิ์ อกนิษฐ์ธาดา (เสภา อาเซี่ยน สถาพร) และการขับกล่อมเสภาไพเราะคลอสายฝน ขอบคุณศิลปินนักร้องทุกท่าน ได้แก่ คุณประสาร มฤคพิทักษ์ คุณกฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา อดีตวงบัตเตอร์ฟลายและกัมปะนี คุณสุกี้ สุโกสล และ คุณน้อย วงพรู คุณเป๊ก บลูสกาย น้องเนิร์ส The Voice และชัยบูลส์ ที่มาขับร้องบทเพลง ขอบคุณคณะกลองยาว และแตรวง บทความจาก อ.ขวัญสรวง อติโพธิ

การโอบกอดเจ้าพระยา #HugtheRiver ในวันนี้ คือการแสดงพลังว่าเราไม่ต้องการทางเลียบแม่น้ำ #RiverNotRoad แต่ต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงเวลาแล้วที่รัฐจะต้องหยุดเร่งรัดผลักดันโครงการทางเลียบเจ้าพระยา และหันมารับฟังเสียงและข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านต่าง ๆ เพื่อทางออกร่วมกันของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา: Greenpeace Thailand วันที่ 11 ตุลาคม 2559
สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com