ยุทธศาสตร์ชาติกับการพัฒนาที่ยั่งยืน


ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559 00:00:48 น.
สุริยันต์ ทองหนูเอียด

หลายทศวรรษแห่งการพัฒนาตามลัทธิทุนนิยมเสรีที่ผ่านมา นำมาซึ่งการทำลายล้างทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง เกิดวิกฤตการณ์โลกร้อน ปัญหาความยากจน และความไม่เป็นธรรมทั้งปวง

หลายประเทศทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว นำมาซึ่งการเรียกร้องให้ทบทวนการพัฒนาที่ทำลายล้างมวลมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก กำหนดเป็นวาระสำคัญขององค์การสหประชาชาติ

เว็บไซต์ http://oic.mnre.go.th (สำนักความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ) กล่าวถึงความเป็นมาการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2012 ว่า

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (United Nations Conference on Sustainable Development เกิดขึ้นเนื่องจากองค์การสหประชาชาติให้ความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

เริ่มจัดการประชุมระหว่างประเทศเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ (Human Environment) ในปี พ.ศ. 2515 ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในประชาคมระหว่างประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 สหประชาชาติได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการโลกในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (World Commission on Environment and Development) หรือที่เรียกว่า Brundtland Commission เพื่อทำการศึกษาในเรื่องการสร้างความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา และได้เผยแพร่เอกสารที่มีความสำคัญมากฉบับหนึ่งของสหประชาชาติ เรียกว่า Our Common Future หรือ "Brundtland Report" ซึ่งนำเสนอแนวความคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

"สำหรับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2012 (Rio+20) ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากมติที่ A/RES/64/236 ของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) สมัยที่ 64 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2552 ให้จัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2012 (United Nations Conference on Sustainable Development: UNCSD) หรือ RIO+20 ณ นครรีโอเดจาเนโร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เพื่อให้ฝ่ายการเมืองมาร่วมกันให้คำมั่นต่อการดำเนินการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกครั้ง รวมทั้งรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินการ

และร่วมกันแก้ปัญหา อุปสรรคของการดำเนินการ โดยครอบคลุม 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ การดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียวในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน และแก้ไขปัญหาความยากจน (Green economy within the context of sustainable development and poverty eradication) และกรอบสถาบันระหว่างประเทศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Institutional framework for sustainable development)"

เว็บไซต์ "รัฐบาลไทย" (http://www.thaigov.go.th) รายงานข่าวว่า เมื่อวัน 21 กันยายน 2559 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการเปิดอภิปรายทั่วไป ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ในหัวข้อ "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน: แรงผลักดันสากลเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเรา" (The Sustainable Development Goals: a universal push to transform our world) เกี่ยวกับการพัฒนาของไทยบนเวทีโลกว่า

ในระดับชาติไทย ได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ตั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี พร้อมนำเป้าหมายเพื่อการพัฒนาดังกล่าวแปลงไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการระดับชาติ ได้แก่ การยกระดับการบริการดูแลด้านสุขภาพ และส่งเสริมการศึกษาของประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน หรือแรงงานต่างชาติในประเทศ โดยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การรณรงค์ด้านสาธารณสุข และส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะช่วยพัฒนาโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนทุกคนในประเทศ

"รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เสรีภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเข้าถึงบริการพื้นฐานแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยได้วางโครงสร้างและปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน ออกกฎหมายเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ส่งเสริมสิทธิสตรี และให้ความคุ้มครองกับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ดูแลสวัสดิการเด็กแรกเกิด คนพิการและผู้สูงอายุ จัดที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย จัดสรรที่ดินทำกินแก่ผู้ยากไร้"

ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้นำเสนอหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การขจัดความยากจน การส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การส่งเสริมการลดความเสี่ยงและบรรเทาภัยพิบัติ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน บนเวทีระหว่างประเทศ และนำมากำหนดเป็นหลักการสำคัญในการร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2559-2579) ของรัฐบาลปัจจุบัน

เอกสารการนำเสนอ "ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี Sustainable Development Goals และแผนฯ 12 ของประเทศ" โดย นางสาวลดาวัลย์ ค้าภา รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงสาระสำคัญของร่างกรอบยุทธศาสตร์ ด้านวิสัยทัศน์ คือ "ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" กรอบด้านความยั่งยืน คือ

1.การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศ

2.การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกฎระเบียบของประชาคมโลก ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ความอุดมสมบูรณ์ขอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม

3.มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อการพัฒนาในทุกระดับอย่างสมดุล มีเสถียรภาพ และยั่งยืน

4.ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและ ปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากข้อตกลงต่อสหประชาชาติที่รัฐไทยต้องดำเนินการให้สอดคล้องแล้ว

การคำนึงวิถีชีวิตของประชาชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรรมธรรมชาติ หรือเกษตรอินทรีย์ที่ขยายตัวออกไปตามจุดต่างๆ ของประเทศอย่างเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ รัฐต้องสนับสนุนดูแล

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวเกษตรพอเพียงที่ประชาชนเป็นผู้กำหนด.

ภายจาก :  http://hilight.kapook.com/view/127020

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com