ฉะธนาคารใหญ่สหรัฐฯ 'สร้างภาพ' จัดประชุมโลกร้อนแต่เบื้องหลังหนุนพลังงานฟอสซิล


ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมเรื่องโลกร้อนที่ธนาคารใหญ่ๆ ในสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน แต่นักกิจกรรมต้านโลกร้อนก็วิจารณ์ว่าธนาคารเหล่านี้ไม่หนุนพลังงานทางเลือก แต่กลับหนุนการลงทุนของบริษัทเชื้อเพลิงแบบเก่าที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตโลกร้อนรวมถึงกรณีท่อส่งก๊าซ 'ดาโคตาแอคเซสไปป์ไลน์' พวกเขาจึงมองว่าธนาคารเหล่านี้เพียงแค่สร้างภาพเท่านั้น

20 ก.ย. 2559 สื่อนอกกระแสในสหรัฐฯ Common Dreams รายงานว่าในขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ อย่างธนาคารแห่งอเมริกา, เจพี มอร์แกน เชส และธนาคารแห่งตะวันตก เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ให้กับการประชุมไคลเมทวีค 2559 ซึ่งเป็นการประชุมเรื่องโลกร้อนของกลุ่มธุรกิจและรัฐบาลซึ่งจัดในนิวยอร์กซิตี้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ธนาคารเหล่านี้ก็ได้สนับสนุนการลงทุนเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ทำให้การจัดประชุมเรื่องโลกร้อนในครั้งนี้เป็นแค่การพยายามชำระตัวเองให้ดูเป็นสายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อป่าฝน (Rainforest Action Network หรือ RAN) กล่าวหาว่าสถาบันทางการเงินเหล่านี้ให้การสนับสนุนเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์อย่างถ่านหินและทรายน้ำมันซึ่งถือเป็นการทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสภาพภูมิอากาศ RAN อ้างอิงจากรายงานของตัวเองที่ออกมาเมื่อเดือน มิ.ย. 2559 ระบุว่าในช่วงระหว่างปี 2556-2558 ธนาคารเล่านี้ให้การสนับสนุนบริษัทเหมืองแร่ถ่านหิน 9,890 ล้านดอลลาร์ ให้การสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน 30,700 ล้านดอลลาร์ ให้การสนับสนุนบริษัทท่าส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลวในอเมริกาเหนือ 74,910 ล้านดอลลาร์ และให้การสนับสนุนบริษัทที่ขุดเจาะน้ำมันในน้ำลึก (extreme oil) 77,300 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ในรายงานบับเดียวกันของพวกเขายังระบุอีกว่า เจพี มอร์แกน เชส เป็นผู้ลงทุนอันดับ 1 ของภาคส่วนย่อยด้านพลังงานที่ขุดเจาะในน้ำลึกและก๊าซปิโตรเลียมเหลวด้วย

ธนาคารแห่งอเมริกาเป็น "สปอนเซอร์ระดับแพลตตินัม" ของการประชุมไครเมทวีค ขณะที่เจพี มอร์แดน เชส เป็นสปอนเซอร์ในระดับ "การมีส่วนร่วม" และ ธนาคารแห่งตะวันตกเป็นสปอนเซอร์ในระดับ "การสนับสนุน"

อแมนดา สตาร์บัค ผู้อำนวยการโครงการด้านภูมิอากาศและพลังงานของ RAN กล่าวว่าเมื่อพิจารณาจากการลงทุนของธนาคารเหล่านี้แล้วการเป็นสปอนเซอร์ของการประชุมโลกร้อนที่นิวยอร์กซิตี้ถือเป็นแค่การสร้างภาพชำระตัวเองให้ดูเป็นสายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถ้าหากพวกเขาต้องการเป็นผู้นำด้านการแก้ไขปัญหาโลกร้อนจริงพวกเขาต้องเร่งการเลิกใช้พลังงานถ่านหินและเลิกสนับสนุนกิจการส่งออกพลังงานที่ขุดเจาะในน้ำลึกและขุดเจาะด้วยวิธีแฟรกกิง (Fracking การใช้วิธีเจาะหินดินดานในแนวนอนและใช้แรงดันสูงฉีดน้ำที่ผสมสารเคมี เพื่อไปกะเทาะชั้นหินให้แตกและปล่อยก๊าซมีเทนออกมา นักอนุรักษ์อกว่าวิธีการนี้เสี่ยงต่อการทำให้เกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น)

ถึงแม้ทางธนาคารแห่งอเมริกาจะประกาศว่าพวกเขามีแผนการต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนร้อยละ 100 ภายในปี 2563 แต่องค์กรที่ทำงานด้านโลกร้อน 350.org ก็ระบุว่าธนาคารแห่งอเมริกามีบทบาทสำคัญในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์อย่างโครงการดาโคตาแอคเซสไปป์ไลน์ที่กำลังมีการประท้วงลองกลุ่มชนพื้นเมืองในพื้นที่เนื่องจากเกรงผลกระทบด้านมลภาวะต่อแหล่งน้ำของพวกเขา โดยกลุ่มจับตามองด้านอาหารและน้ำเปิดเผยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่าธนาคารแห่งอเมริกาเป็นหนึ่งในสถาบันทางการเงินที่ให้ทรัพยากรกับบริษัทในเครือเอนเนอรืจีทรานสเฟอร์ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการท่อส่งน้ำมันดาโคตา

เจนนี มาเรียนเนา ผู้อำนวยการ 350.org สาขาสหรัฐฯ กล่าวว่าแค่การเชื้อชวนให้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียนของธนาคาารเหล่านี้ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา ถ้าหากพวกเขาไม่เน้นเรื่องการลดให้เงินลงทุนกับสิ่งที่สร้างปัญหาวิกฤตโลกร้อนพวกเขาก็แค่ทำตามแบบแผนเดิมคือการยกผลกำไรอยู่เหนือผู้คน อยู่เหนือโลก และอยู่เหนือการทำธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ

"ในฐานะที่ธนาคารแห่งอเมริกาเป็นะนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ มีสินทรัพย์อยู่ราวเกือบ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ธนาคารแห่งอเมริกาจึงมีความสามารถอีกทั้งยังมีความรับผิดชอบมากกว่าในการเอาเงินออกจากเศรษฐกิจที่ใช้พลังงานจากซากดึกดำบรรพ์และเน้นที่ผู้คนและโลกมากกว่า" มาเรียนเนากล่าว

ประชาไทออนไลน์  Wed, 2016-09-21 21:44

ที่มาของภาพประกอบ: (Photo: Mike Mozart/flickr/cc)

� �Q0

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com