พัฒนาแหล่งน้ำ...กับความรับผิดชอบต่อสังคม


หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 23 กันยายน 2559

กรมชลประทาน แม้จะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการพัฒนาแหล่งน้ำ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน และการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการป้องกันบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำก็ตาม แต่อีกภารกิจหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน้าที่หลักดังกล่าว กรมชลประทานให้ความสำคัญเช่นกันก็คือ “ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” (CSR-Corporate Social Responsibility)

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ แม้จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่กรมชลประทานก็พยายามที่จะลดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด โดยได้กำหนดเป็นนโยบายว่า หากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำกระทบพื้นที่ป่าเท่าไร จะต้องปลูกป่าทดแทนไม่น้อยกว่า 2 เท่า ที่ผ่านมาได้ปลูกป่าไปแล้วไม่น้อยกว่า 90,000 ไร่ รวมทั้งยังได้โอนผืนน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ คืนให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ หลังจากการก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำนั้นๆ แล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อที่จะให้น้ำอยู่ควบคู่หรือเป็นส่วนหนึ่งของป่าตลอดไป

นอกจากนี้กรมชลประทานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ต้นน้ำ ยังเข้าไปดำเนินการก่อสร้างฝายต้นน้ำ หรือฝายแม้ว เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับผืนป่า ลดการชะล้างพังทลายของดิน และลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำธาร ทำให้ระยะเวลาการไหลของน้ำเพิ่มมากขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินบางส่วน ช่วยกักเก็บตะกอนและวัสดุต่าง ๆ ที่ไหลลงมากับน้ำในลำห้วย ทำให้คุณภาพของน้ำมีตะกอนปะปนน้อยลง และที่สำคัญยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพโดยรอบ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของสัตว์ป่า ตลอดจนสามารถนำมาใช้เพื่อการเกษตรได้อีกด้วย

ว่าที่ร้อยตรีไพเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมชลประทาน ให้ความสำคัญในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมหลากหลายโครงการ ล่าสุดได้ร่วมกับสถานีวิทยุ จส.100 และ สมาคมยี่สิบสองนอ ซึ่งเป็นสมาคมของผู้ใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อในการทำงานเพื่อสังคม ดำเนินโครงการเพื่อสังคมเพิ่มอีก 2 โครงการคือ

1.โครงการน้ำดื่มชลประทานเพื่อประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมอีกโครงการหนึ่งที่ต้องการสร้างความทัดเทียมให้พื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ และยังขาดแคลนน้ำดื่ม ได้มีน้ำดื่มที่สะอาดไว้บริโภคตลอดทั้งปี โดยได้นำร่องดำเนินการประสบผลสำเร็จมาแล้วที่ โรงเรียนบ้านหนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ติดชายแดนไทย-พม่า ทำให้นักเรียนกว่า 200 คน และชาวบ้านที่อยู่รอบๆโรงเรียน มีน้ำดื่มที่สะอาดและได้มาตรฐานบริโภคสำหรับการดำเนินโครงการน้ำดื่มชลประทานเพื่อประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารนั้น กรมชลประทานและสมาคมยี่สิบสองนอจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญและประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม โดยจะพิจารณาขนาดระบบกรองน้ำที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการ โดยที่โรงเรียนบ้านหนองหลวงนั้น ได้ติดตั้งระบบกรองน้ำประกอบด้วยถังเก็บน้ำดิบขนาด 2,000 ลิตร เพื่อรับน้ำที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีน้ำตลอดทั้งปี จากนั้นจะต่อท่อเข้าสู่ระบบกรองที่ทันสมัย 7 ขั้นตอน ทำให้ได้ทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้ที่สะอาด โดยน้ำดื่มจะถูกนำมาเก็บไว้ในถังพักน้ำขนาด 1,000 ลิตร ซึ่งระบบกรองน้ำดังกล่าวได้มีการตรวจสอบแล้วว่า น้ำที่ผ่านการกรองมีคุณภาพมาตรฐานสามารถนำไปบริโภคได้

และ 2.โครงการแว่นตาเพื่อประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร โครงการนี้กรมชลประทานได้เล็งเห็นว่า สายตาเป็นเรื่องที่สำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ และในพื้นที่ที่ประชาชนมีรายได้น้อยขาดโอกาสที่จะดูแลสุขภาพตาที่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสมองเห็นได้ชัดเจนสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ตลอดจนได้รับการแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพตาที่ถูกต้อง กรมชลประทานร่วมกับสมาคมยี่สิบสองนอจึงได้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยจะเข้าไปดำเนินการตรวจวัดสายตาประกอบแว่น ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมกับมอบแว่นสายตา และแว่นป้องกันแสงยูวี ให้กับประชาชนที่เข้ามาตรวจวัดฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งนี้ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ออกหน่วยปฏิบัติงานดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วที่ บ้านหนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ปรากฏว่ามีประชาชนในพื้นที่เข้ามาตรวจวัดสายตามากกว่า 150 คน และที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาตรวจวัดสายตามากกว่า 200 คน

นายชาตรี บุญเกษม นายกสมาคมยี่สิบสองนอ กล่าวว่า สมาคมได้ก่อตั้งขึ้นมาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปีแล้ว เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ต้องการทำงานช่วยเหลือสังคม ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือสังคมที่หลากหลายโครงการ เช่น โครงการอาคารเรียนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง โครงการแว่นตาเพื่อประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ โครงการเพื่อการอนุรักษ์พืชสัตว์และสิ่งแวดล้อม โครงการน้ำดื่มสะอาดเพื่อถิ่นทุรกันดาร เป็นต้น

สำหรับโครงการแว่นตาเพื่อประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารนั้น สมาคมได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน โดยมีผู้มีจิตกุศลบริจาคเครื่องมือตรวจวัดสายตาที่ทันสมัย มูลค่านับล้านบาทให้กับสมาคมเพื่อใช้ในการออกปฏิบัติงาน และการร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการแว่นตากับกรมชลประทานในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลได้รับการตรวจวัดสายตาที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน ซึ่งสมาชิกสมาคมที่เข้าร่วมปฏิบัติทุกคนจะผ่านการฝึกอบรมจากจักษุแพทย์และผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการตรวจวัดสายตา นอกจากนี้ถ้าหากในการออกปฏิบัติงานโครงการแว่นตามีจักษุแทพย์ร่วมด้วย ก็จะดำเนินตรวจรักษาเกี่ยวกับโรคตาเบื้องต้น แนะนำการดูแลสุขภาพตาที่ถูกต้อง รวมทั้งตรวจรักษาโรคทั่วไปให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ออกปฏิบัติการนั้นๆอีกด้วย

“ตั้งแต่ปี 2550 สมาคมได้มีการออกปฏิบัติงานโครงการแว่นตาในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน พะเยา กาญจนบุรี ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี เป็นต้น โดยมีจำนวนประชาชนมาตรวจวัดสายตาจนถึงปัจจุบันมากกว่า 10,000 คน และยังจะดำเนินการต่อไปตราบที่ประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญยังมีปัญหาเรื่องสายได้ และยังได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทานเช่นนี้” นายกสมาคมยี่สิบสองนอกล่าว

สำหรับ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ในการตรวจรักษาตา และวัดสายตาประกอบแว่นที่สมาคมยี่สิบสองนอใช้ในปัจจุบันประกอบด้วย Snellen Chart, Slit Lamp, Auto refractometer, Fundus camera,Ratino, Trial Lens Set, Trial Frame, แว่นสายตาสั้น-ยาว, แว่นกันแสง UV, ยารักษาและยาหยอดตา

ปัจจุบันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ให้ความสำคัญกับโครงการ CSR มากขึ้น กรมชลประทานก็เช่นเดียวกัน มุ่งหน้าที่จะดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียว เพราะเข้าใจดีว่า โครงการพัฒนาต่างๆที่เกิดขึ้นย่อมมีผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ดังนั้นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม...จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับกรมชลประทาน

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com