อนุกก.ไตรภาคีภาคปชช.โรงไฟฟ้ากระบี่ ร้องบิ๊กตู่ หลังพบ กฟผ.แอบล่าชื่อสนับสนุน


อนุกรรมการไตรภาคี ศึกษาโรงไฟฟ้ากระบี่ ยื่นหนังสือ ร้องบิ๊กตู่ ชี้แจงปมขัดแย้งภายในคณะทำงาน หลังพบ กฟผ.แอบล่ารายชื่อสนับสนุน โดยไม่ผ่านขั้นตอนรับฟังความเห็น 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 ที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรรมการไตรภาคีและอนุกรรมการภาคประชาชน โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ นำโดย นายประสาท มีแต้ม ผศ.ดร.เรณู เวชรัตน์พิมล ดร.เดชรัต สุขกำเนิด และตัวแทนภาคประชาชนกระบี่ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง “ขอชี้แจงการดำเนินงานของคณะกรรมการไตรภาคีกรณีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่” จากกรณีที่ปรากฎข้อขัดแย้งระหว่างกรรมการฝ่ายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและฝ่ายภาคประชาชน

โดยรายละเอียดหนังสือกล่าวถึงความขัดแย้งและปมปัญหา จากการทำงานมาระยะหนึ่ง ซึ่งพบว่าในขณะนี้ คณะอนุกรรมการชุดที่ 1 ว่าด้วยการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA และสุขภาพ EHIA ได้ประกาศลาออกเนื่อจากการพิจารณารายงานไม่ได้นำไปสู่ความถูกต้องตามหลักการประเมินและหลักกฎหมาย แต่มีความเบี่ยงเบนของกรรมการฝ่านการไฟฟ้าฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่จะทำให้การทำงานของกรรมการเป็นประโยชน์สำหรับฝ่ายตน

ส่วนคณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ว่าด้วยการรับฟังความเห็นได้ดำเนินการรับฟังความเห็นของประชาชนตามที่บทบาทหน้าที่ โดยประธานอนุชุด 3 ชี้แจงว่ากระบวนการรับฟังความเห็นไม่สามารถทำได้ ด้วยเหตุนี้กรรมการภาคประชาชนจึงเกิดข้อสงสัยและความไม่วางใจต่อบทบาทของอนุกรรมการชุดที่ 3 ว่าการแต่งตั้งอนุกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมานั้นเป็นเพียงเครืองมือเพื่อให้เกิดการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ และคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ซึ่งมีบทบาทในการพืจารณาข้อเรียกร้องว่าด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน 3 ปี ซึ่งในขณะนี้ได้พิจารณาตัวเชขพลังงานหมุนเวียนตรงกันในคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ว่า จังหวัดกระบี่มีศักยภาพเกินพอสำหรับการพึ่งตนเองด้วยพลังงานหมุนเวียน ซึ่งรัฐบาลควรตัดสินใจโดยเร็วเพื่อให้เกิดการดำเนินการพิสูจน์การทำพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดกระบี่ โดยไม่มีการพิจารณาการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินภายใน 3 ปี หลังการเริ่มต้นดำเนินการตามข้อตกลงเดิม

ประกอบกับในขณะนี้พบว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้ดำเนินการในลักษณะต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจหรือชักจูงให้คนหันมาสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น การบริจาค สงเคราะห์ในลัษณะต่างๆ การล่ารายชื่อโดนไม่ให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน การนัดหมายบุคคลสำคัญเพื่อโน้มน้าวหรือข่มขู่ให้ยอมรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน การดำเนินการที่ไม่เคารพต่อการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคีที่ต้องการหาข้อสรุปบนฐานข้อมูลที่ยอมรับร่วมกัน อีกทั้งการดำเนินการลักษณะนี้ยังก่อให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่อย่างมาก

อนึ่งการดำเนินการของประธานคณะกรรมการไตรภาคีในหลายประการไม่ได้หารือให้เป็นข้อตกลงร่วมกันของกรรมการทั้งหมดก่อนการดำเนินการ เช่น การลงพื้นที่พูดคุยกับบุคคลเป็นการเฉพาะ หรือการรายงานข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีโดยกรรมการไม่สามารถรับรู้ว่าประธานเนื้อหาอะไรในลักษณะใดต่อนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้เพราะการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดควรผ่านมติคณะกรรมการไตรภาคีเสียก่อน จึงจะเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสม สร้างความเชื่อถือให้กับคณะกรรมการทั้งหมดและสามารถมั่นใจได้ว่าการทำงานของประธานคณะกรรมการไตรภาคีเป็นการดำเนินงานที่นำไปสู่ทางออกจริงตามข้อเรียกร้องของประชาชนชาวกระบี่

คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการภาคประชาชนจึงขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีโปรดกำกับให้การดำเนินการของคณะกรรมไตรภาคีเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการดังนี้

1. พิจารณาแนวทางให้จังหวัดกระบี่พิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำพลังงานหมุนเวียนได้ภายใน 3 ปี ตามข้อตกลงเดิมที่ประชาชนชาวกระบี่มีต่อรัฐบาลโดยเร็ว

2. พิจารณาหาแนวทางที่เป็นขั้นตอนปฏิบัติสำหรับรองรับการทำพลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงได้ตามคำสั่งเพิ่มเติมของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เพื่อให้การทำพลังงานหมุนเวียนสามารถดำเนินการได้จริงภายใต้การสนับสนุนนโยบายและสายส่งของรัฐซึ่งจะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน

3. หากการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคียังไม่แล้วเสร็จ รัฐบาลควรสั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทสไทย (กฟผ.) ยุติการล่ารายชื่อสนับสนุนการดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและการกระทำในการสร้างแรงจูงใจสนับสนุนการดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งในพื้นที่

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com