กรมชลฯ เกาะติดผลกระทบสิ่งแวดล้อมหลังเปิดใช้ประตูระบายน้ำแม่สอย จ.เชียงใหม่


กรมชลประทานเกาะติดผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังเปิดใช้ประตูระบายน้ำแม่สอย จ.เชียงใหม่ งัด 14 แผนงานติดตามตรวจสอบต่อเนื่อง 5 ปี หวั่นกระทบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ราษฎรในพื้นที่

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ถึงแม้การพัฒนาโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จะสามารถกักเก็บน้ำได้สูงถึง 9.35 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านการเกษตร โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ทำให้ราษฎรในพื้นที่มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อรักษาสภาพสมดุลของระบบนิเวศท้ายน้ำ โดยมีพื้นที่โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าได้รับประโยชน์รวมไม่น้อยกว่า 38 สถานี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,740 ไร่ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์เกือบ 7,500 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงสวนเพียงพอตลอดทั้งปีและได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นและยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นด้วย ขณะเดียวกันโครงการฯ ดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและราษฎรในพื้นที่ด้วย

หลังก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอยแล้วเสร็จและใช้เปิดงาน กรมชลประทานได้กำหนดแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการฯ ดังกล่าวต่อเนื่องไปเป็นเวลา 5 ปี หรือจนถึงปี 2565 โดยมี 15 แผนงาน ได้แก่ แผนการติดตามตรวจสอบด้านปริมาณน้ำฝน แผนการติดตามตรวจสอบด้านอุทกวิทยาน้ำผิวดิน แผนการติดตามตรวจสอบด้านคุณภาพด้านคุณภาพน้ำผิวดิน แผนการติดตามตรวจสอบด้านน้ำใต้ดินและคุณภาพน้ำใต้ดิน แผนการติดตามตรวจสอบด้านนิเวศวิทยาทางน้ำและทรัพยากรประมง แผนการติดตามตรวจสอบด้านการบริหารการใช้น้ำ แผนการติดตามตรวจสอบด้านการคมนาคมทางบก แผนการติดตามตรวจสอบด้านการบรรเทาอุทกภัย

นอกจานนั้น ยังมีแผนติดตามตรวจสอบด้านเศรษฐกิจสังคม แผนการติดตามเฝ้าระวังโรคที่ยุงเป็นพาหะ แผนติดตามควบคุมและเฝ้าระวังเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบต่อการแพร่โรคปรสิตหนอนพยาธิ ที่มีหอยและปลาเป็นโฮสต์กึ่งกลางนำโรค แผนการติดตามเฝ้าระวังการใช้สารเคมีทางการเกษตรและการเจ็บป่วยของเกษตกร แผนการติดตามการปฏิบัติตามการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนการประเมินผลการปฏิบัติตามการป้องกันแก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การติดตามตรวจสอบด้านคุณภาพน้ำผิวดินถือเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากกิจกรรมการใช้น้ำเพื่อการเกษตรจากการพัฒนาระบบชลประทาน จะทำให้มีการใช้สารเคมีเพื่อการผลิตพืชและสัตว์เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำที่ระบายออจากพื้นที่ชลประทานได้ กรมชลประทานได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำผิวดิน จำนวน 5 สถานี ครอบคลุมทุกฤดูกาลผลิต เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำปิงในบริเวณพื้นที่โครงการ อีกทั้งยังติดตามตรวจสอบสภาพน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่องทุกฤดูกาล โดยเฉพาะบ่อน้ำตื้น เพื่อติดตามตรวจสอบระดับน้ำและคุณภาพน้ำใต้ดิน เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดการปนเปื้อนจากการใช้สารปราบศัตรูพืช หรือกิจกรรมการใช้น้ำด้านอื่นๆ หากมีผลกระทบจะเร่งประสานเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้น้ำและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดลกระทบต่อไป

ที่มา :  หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com