สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 กันยายน 2560 เรื่อง โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก


คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ดังนี้

                  1. เห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุกตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ ทั้งนี้ ให้ พน. รับความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

                  2. ให้ พน. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) หารือร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่างสถานีไฟฟ้าและสายส่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ต่อระบบไฟฟ้าของประเทศและความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นลำดับแรก

                  3. ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเร่งรัดดำเนินการประชาสัมพันธ์ ชี้แจง สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนและชุมชนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก เช่น ประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการและมาตรการบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดการยอมรับและให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ด้วย เช่น การจัดหาแรงงานในพื้นที่ เป็นต้น

                    สาระสำคัญของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก

                  วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามแผน AEDP 2015 เพื่อลดสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

                  ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของเขื่อนทดน้ำผาจุกของกรมชลประทาน ซึ่งอยู่ห่างจากท้ายเขื่อนสิริกิติ์เป็นระยะทางประมาณ 43 กิโลเมตร ในเขตตำบลผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

                  องค์ประกอบสำคัญของโครงการ 1. โรงไฟฟ้ามีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 2x7 เมกะวัตต์ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ เฉลี่ย 91.26 ล้านหน่วยต่อปี 2. ระบบสายส่งไฟฟ้า พิจารณาเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของโครงการฯ โดยก่อสร้างสายส่ง 115 เควี วงจรคู่ ตัดกับสายส่งอุตรดิตถ์-สิริกิติ์ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร

                  การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม โครงการดังกล่าวไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 5 อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม รวมทั้งโครงการเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งมีขนาดไม่เกิน 15 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม กฟผ. จะดำเนินการศึกษาและจัดทำ IEE เพื่อป้องกันปัญหาจากการร้องเรียนของประชาชน ซึ่งรวมถึงการดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในขั้นขออนุญาตผลิตไฟฟ้า

                  ประโยชน์ที่ได้รับ ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้จำนวน 14 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 45,833 ตัน ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในกรณีโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์ ไม่สามารถเดินเครื่องได้จากเหตุสุดวิสัย และช่วยลดภาระของโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับพื้นที่ในอนาคต

ที่มา : http://www.thaigov.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com