มองอนาคตริมเจ้าพระยา ทีดีอาร์ไอแนะพัฒนา57 กม.


ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาด้านการวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทีดีอาร์ไอ ให้มุมมองต่อประเด็น “ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา : จะพัฒนากันอย่างไร” ในการเสวนา “แม่น้ำเจ้าพระยา...สู่การพัฒนาเมือง” ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือทีดีอาร์ไอ จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ไว้อย่างน่าสนใจ และมีการเสนอว่าถึงเวลาที่เราควรทบทวนรูปแบบการบริหารแม่น้ำเจ้าพระยาโดยกำหนดให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการแม่น้ำเจ้าพระยาโดยรวมเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

ดร.อดิศร์กล่าวว่า โครงการสร้างถนนในแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 57 กม. ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงสุดเขตกรุงเทพฯ ที่บางกระเจ้า เป็นโครงการที่กทม.ต้องลงทุนให้ได้ โดยในขั้นแรกจะต้องเร่งสร้างถนนความยาว 14 กม. ด้วยงบประมาณ 14,000 ล้านบาท และการดำเนินการจัดจ้างต้องรีบทำให้เสร็จภายใน 6 เดือน ถนนที่จะสร้างในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งถูกออกแบบเพื่อให้เป็นทางขี่จักรยานและให้คนเดิน จะกินพื้นที่ในแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งละ 10 เมตร สองฝั่งรวมกันก็จะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาแคบลง 20 เมตร

สำหรับการลงทุนสร้างถนนเพื่อขี่จักรยานและทางคนเดินในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องไปเอาใจคนขี่จักรยานถึงขนาดที่กทม.ต้องสร้างทางขี่จักรยานในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเงินนับหมื่นล้านบาท และจะคุ้มค่าหรือไม่หากต้องแลกกับผลเสียที่จะตามมา เช่น เป็นอุปสรรรคต่อการไหลของน้ำช่วงฤดูน้ำท่วม สร้างความอุจาดทางสายตา สร้างปัญหาตลิ่งพัง ปัญหาขยะสะสม ปัญหาความปลอดภัยยามค่ำคืน ผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่งทางเรือ และที่สำคัญคือ เป็นการทำลายวัฒนธรรมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอย่างการสร้างทางจักรยานของกทม.บริเวณสนามหลวง แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในอดีตเพราะแทบไม่มีจักรยานมาขี่ในทางจักรยานของกทม.เลย

“คำถามที่สำคัญคือทำไมแม่น้ำเจ้าพระยาถึงไม่มีคนดูแล และทำไมสังคมไทยจึงปล่อยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นกทม.เข้ามาใช้งบประมาณเพื่อทำโครงการอะไรก็ได้โดยไม่พิจารณาถึงภาพรวมว่าโครงการดังกล่าวจะสร้างความเสียหายต่อแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไรบ้าง”

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงทั้งในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของคนไทยทั้งประเทศ แม่น้ำเจ้าพระยามีจุดเริ่มจากแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่านในภาคเหนือ และไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพและไหลลงทะเลที่จังหวัดสมุทรปราการ ประชาชนคนไทยมีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงแม่น้ำสายหลักนี้มาตั้งแต่อดีตกาล แม่น้ำเจ้าพระยาทำหน้าที่สายเลือดสำคัญสำหรับภาคการเกษตร เป็นแหล่งอาหารจากการทำประมง เป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้า การเดินทางทางน้ำ เป็นที่กำเนิดไฟฟ้าจากเขื่อนภูมิพล สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมากมายในแต่ละปี ทำหน้าที่ระบายน้ำในฤดูฝน รวมทั้งการรองรับของเสียจากชุมชนต่างๆ

ที่สำคัญที่สุดคือ แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมไทยที่เห็นได้ตามสองฝั่งแม่น้ำ เป็นที่ตั้งของชุมชน ศาสนสถานและสถานที่สำคัญต่างๆ คนไทยตั้งแต่อดีตมีความผูกพันกับลำน้ำสายนี้มาเป็นเวลานานจนเกิดขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ สองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ประเพณีการลอยกระทง วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำ การค้าขายทางน้ำ การทำบุญ และที่สำคัญคือกระบวนพยุหยาตราชลมารคของพระมหากษัตริย์ไทย กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงผูกพันระหว่างคนไทยกับแม่น้ำเจ้าพระยา

หากใครมีโอกาสล่องเรือตามลำน้ำเจ้าพระยาจะเห็นได้ถึงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเหล่านี้ที่พบได้ตามสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นวัดอรุณฯ ป้อมพระสุเมรุ พิพิธบางลำพู ท่าราชวรดิษฐ์ ท่ามหาราช หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี วัดระฆัง วัดพระแก้ว วัดกัลยาณมิตร วังบางขุนพรม รัฐสภา กองทัพเรือและบางกระเจ้า เป็นต้น การสร้างถนนในสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเป็นการตัดความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตของคนไทยออกจากแม่น้ำสายนี้อย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญถนนที่จะสร้างขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นความอุจาดทางสายตา และทำลายความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาและวัฒนธรรมริมสองฝั่งแม่น้ำอย่างสิ้นเชิง

“ปัญหาสำคัญคือ ยังไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบแม่น้ำเจ้าพระยาโดยรวม หน่วยงานราชการแต่ละหน่วยงานล้วนแต่รับผิดชอบงานเฉพาะอย่างที่ตนมีหน้าที่ กรมชลประทานดูแลเฉพาะน้ำชลประทานซึ่งที่จริงก็ไม่รวมเรื่องการระบายน้ำ กรมเจ้าท่าจะรับผิดชอบเฉพาะเรื่องการเดินเรือ กรมประมงจะดูแลเรื่องสัตว์น้ำ ส่วนจังหวัดต่างๆ จะดูแลเรื่องการดูดทรายแม่น้ำ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำก็จะสร้างฝายป้องกันน้ำท่วมของตนเองโดยผลักปัญหาน้ำท่วมไปให้พื้นที่อื่น”

“ลักษณะการดำเนินงานที่แยกส่วนกันเช่นนี้ เป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การทำลายแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะยาว ที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับปัญหาการบริหารงานแบบแยกส่วนมาแล้ว เช่น การบริหารน้ำในเขื่อนที่ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในปี พ.ศ.2554 และปัญหาน้ำแล้งในปีต่อๆ มา หรือการสร้างฝายป้องกันน้ำท่วมที่นำไปสู่ปัญหาการพังทลายของตลิ่งในพื้นที่ข้างเคียง”

“ถึงเวลาแล้วที่เราควรทบทวนรูปแบบการบริหารแม่น้ำเจ้าพระยา โดยกำหนดให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการแม่น้ำเจ้าพระยาโดยรวม เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ แม่น้ำเจ้าพระยามิได้เป็นสมบัติของใครคนใดคนหนึ่งหรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เข้ามาดำเนินโครงการของตนเองที่จะนำไปสู่การทำลายแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะยาว”

“ตัวอย่าง ประเทศอังกฤษ มีหน่วยงานที่เรียกว่า Canal&River Trust รับผิดชอบดูแลแม่น้ำ ลำคลองทั่วประเทศทั้งระบบ ที่ความยาวรวม 2,000 ไมล์ โดย Canal&River Trust หรือเรียกง่ายๆ ว่ากองทุนแม่น้ำ ลำคลอง รวมเอากิจกรรมทุกอย่างมารวมไว้ภายใต้หน่วยงานเดียว มีโครงสร้างการบริหารที่มีตัวแทนภาคประชาชนร่วมด้วย ลดปัญหาความขัดแย้ง สิ่งที่เขาทำรวมถึงการปกป้องคลอง แม่น้ำ ท่าเทียบเรือจากการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม การปกป้องธรรมชาติ แหล่งน้ำที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ บริหารจัดการกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พัฒนาความยั่งยืนในระยะยาวของระบบนิเวศชุมชน มีรายรับจากการลงทุน การเดินเรือและค่าใช้น้ำ ฯลฯ จึงมีรายได้เพียงพอที่จะนำไปใช้ในการบำรุงรักษาแม่น้ำทั้งระบบ”

ดร.อดิศร์ย้ำว่า แม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขาเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ หลายสิบปีมาแล้วที่ประเทศไทยขาดหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขาโดยตรง จึงอยากเสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อระบบแม่น้ำและคลองสาขาโดยรวมได้แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ อาจจะเป็นองค์กรที่มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาร่วมด้วย และสามารถที่จะเก็บเงิน สร้างรายได้จากทรัพยากรและนำเงินกลับมาบำรุงรักษาแม่น้ำ รูปแบบองค์กรลักษณะใหม่อย่างนี้จะทำให้เรามีแนวทางหรือกลไกที่จัดการทรัพยากรแม่น้ำที่จะตอบโจทย์คนทั้งประเทศมากขึ้น

ที่มา : MGR Online  4 กันยายน 2560

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com