พลังงานชงกพช.เคาะโรงไฟฟ้ากระบี่ แก้ปมโซลาร์ราชการ นัดถก 17 กุมภาพันธ์


พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงานเปิดเผยว่าวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้จะประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยกระทรวงเตรียมเสนอวาระพิจารณาที่สำคัญ นโยบายที่ชัดเจนของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)ส่วนราชการ 400 เมกะวัตต์ ที่ยังไม่สามารถเดินหน้าโครงการได้เพราะติดพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(ทีพีพี) โครงการนี้ไม่ถือว่าล้มเพียงแต่อาจปรับเป็นโซลาร์ชุมชนที่มีอยู่ 7,800 ตำบล หรือพื้นที่ทั่วไป กพช. จะให้ความชัดเจนเรื่องนี้อีกครั้ง

สำหรับปี 2560 กระทรวงได้พิจารณาปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อแผนพลังงาน คือ ความล่าช้าของการเปิดประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียม คือ แหล่งบงกชและเอราวัณที่จะหมดอายุสัมปทานปี 2565-2566 ที่กฎหมายใหม่ คือ ร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่างพ.ร.บ.ภาษีปิโตรเลียม ยังไม่เรียบร้อย อาจกระทบต่อแผนการผลิตก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยกรณีที่ก๊าซไม่เพียงพอรัฐบาลต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคือคลังบรรจุก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)เพิ่ม เพราะต้องนำเข้าอีกมาก รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มเป็น 50-60เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ที่อาจจะกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศ

การขับเคลื่อนนโยบายพลังงานปีนี้จะเน้นภาคพลังงานของประเทศตามแนวนโยบาย Energy 4.0 ซึ่งมีเป้าหมายคือการสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศ เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ระดับปานกลางสอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล

ส่วนปี 2559 รัฐบาลได้พยายามดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะด้านพลังงานไฟฟ้า โดยปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)ต่อเนื่องรวม 30 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าช่วงมกราคม-เมษายน 2560 อยู่ที่ 3.38 บาทต่อหน่วย ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า 92,103 ล้านบาทต่อปีและไม่มีไฟดับ

ด้านความคืบหน้าการเจรจาเครือกัล์ฟผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่(ไอพีพี) 5,000 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะลดกำลังผลิต หรือเลื่อนสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อลดปริมาณสำรองไฟฟ้าประเทศที่สูงได้หรือไม่ โดยกระทรวงได้อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองที่ห้ามแทรกแซงโครงการไอพีพีเครือกัลฟ์

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ. ) กล่าวว่า ที่ประชุมกพช.วันที่ 17 กุมภาพันธ์ จะพิจารณาความชัดเจนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ ที่ล่าช้าจนต้องเลื่อนเข้าระบบจากปี 2562 ออกไป จนอาจกระทบต่อความมั่นคงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ล่าสุดอยู่ระหว่างสอบถามข้อมูลจากประชาชนที่พื้นที่ว่าต้องการโรงไฟฟ้าหรือไม่

ส่วนการก่อสร้างสายส่งวงเงิน 7,000 ล้านบาท เพื่อรองรับไอพีพีของเครือกัล์ฟ กฟผ.อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาพิจารณาพื้นที่หากมีความชัดเจนในปีนี้การลงทุนสายส่งจะเป็นไปตามแผน แต่หากความขัดแย้งไม่ยุติ กฟผ.ต้องรับภาระเพิ่มและหากมีการก่อสร้างสายส่งแต่สุดท้ายประสบปัญหาไอพีพีสะดุดก็จะกระทบต่อสายส่งอาจคล้ายกับกรณีโฮปเวลล์ได้ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

สงวนลิขสิทธิ์ © 1995-2015 สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (ธ.พ.ส.ส.).
8/16 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 0 2280 1812 , 0 2280 6228 , 0 2280 0557 , 0 2628 6438
โทรสาร 0 2282 8877
e-mail: gseiorth@gmail.com